การวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนทำอย่างไร?

การวัดประสิทธิภาพเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนทำอย่างไร?

 คุณทราบหรือไม่ว่าเครื่องปรับอากาศที่เราใช้อยู่ เมื่อใช้ไปนานนานประสิทธิภาพของเครื่องปรับอากาศจะลดลงจากเดิมตอนซื้อใหม่ที่เคยได้ค่าประหยัดไฟเบอร์5 หรือค่าEER=11.6จ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละไม่กี่ร้อยบาทกลับเพิ่มขึ้นเป็นหลักพันต่อเดือนตัวเลข11.6หมายถึงค่าอะไรคำนวณมาอย่างไรและเมื่อใช้มาสักระยะปัจจุบันตัวเลขจะปรับเหลือเท่าไร?

มีวิธีการวัดอย่างไร?วันนี้เรามาไขข้อข้องใจเรื่องค่าประสิทธิภาพที่เหลือของเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วนที่เราใช้อยู่กันครับก่อนเข้าเนื้อหาต้องขอขอบคุณภาพประกอบและเนื้อหาจากทางคณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังครับ

 

ประสิทธิภาพการทำความเย็นปกติจะเกี่ยวข้องกับค่าหลัก2ค่าครับ 1.ค่าความเย็นที่เครื่องทำได้หรือCooling Capacityมีหน่วยเป็นbtuที่เราท่านรู้จักกับ2.ค่าพลังงานที่ใช้ในการทำความเย็นหรือเราเรียกว่าPower Inputหน่วยเป็น watt หรือ kilowatt ดังนั้นเราต้องทราบค่าทั้ง2ค่านี้ให้ได้ครับ สำหรับค่าแรก ค่าความเย็นที่เครื่องทำได้หรือCooling Capacity เราสามารถหาได้เราต้องทราบค่าปริมาณลมเย็นหมุนเวียนผานเครื่องปรับอากาศมีหนวยเปน m3/min หรือเรียกย่อว่า CMM นั้นคือเราต้องวัดครับ เครื่องมือที่ใช้วัดเราเรียกว่า เครื่องวัดความเร็วลม(Anemometer) กับอีกค่าที่เราต้องทราบคือ อุณหภูมิ(oC) และความชื้นสัมพัทธ (%RH) ของอากาศทางดานลมกลับ (Return Air)และทางด้านลมส่ง(Supply Air)เพื่อนำค่าไป plotในไซโครเมตริกซ์ชาร์ตหาค่า เอนทาลปีของอากาศดานลมกลับและด้านลมส่งมีหนวยเปน kJ/kg dry air โดยใช้อุปกรณ์วัดที่เรียกว่า เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธของอากาศ (Hygrometer)ตามรูปแสดงด้านล่างครับ

     

เครื่องวัดความเร็วลม(Anemometer)

เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธของอากาศ (Hygrometer)

ไซโครเมตริกชารท(Psychometricchart )

     

หาปริมาณลมเย็นหมุนเวียนผานเครื่องปรับอากาศโดยใช้เครื่องมือวัดความเร็วลม

หาอุณหภูมิ(oC) และความชื้นสัมพัทธ (%RH) ของอากาศทางดานลมส่ง

หาอุณหภูมิ(oC) และความชื้นสัมพัทธ (%RH) ของอากาศทางดานลมกลับ

นำค่าที่ได้จากการวัดหาอุณหภูมิ(oC) และความชื้นสัมพัทธ (%RH) ของอากาศทางดานลมส่งและลมกลับมาPlotในไซโครเมตริกชารท(Psychometricchart )หรือเข้าโปรแกรม

ก็จะทราบค่าเอนทาลปีของอากาศดานลมกลับ(Hr)และด้านลมส่ง(Hs)มีหนวยเปน kJ/kg dry air ส่วนค่าที่ได้จากการวัดหาปริมาณลมเย็นหมุนเวียน ได้ค่าเป็น V = ความเร็วลมเฉลี่ยดานลมกลับ หนวยเปน m/s เราต้องนำค่านี้ไปคูณกับขนาดพื้นที่หน้าตัดของReturn grilleที่เราวัดหน่วยเป็นตร.ม ตามสูตร CMM=VA นำค่าทั้งหมดที่ได้ไปเข้าสูตร TR = 5.707×10−3× CMM × (Hr −Hs) ดังนั้นเราจะทราบแล้วว่าเครื่องปรับอากาศที่เราวัดมีความเย็นกี่ตัน ขั้นตอนสุดท้ายหา P.I Power Input วัดกําลังไฟฟารวมที่ใชของเครื่องปรับอากาศในชวงที่คอมเพรสเซอรทํางาน(สวนของคอมเพรสเซอรรวมกับสวนของพัดลม) โดยใชเครื่องวัดกําลังไฟฟา(Watt Meter) นำค่า TR ตันความเย็นที่ได้คูณ12,000ได้เป็น btu นำไปหารค่าP.Iหน่วยเป็นวัตต์ ก็จะได้ค่า EERเครื่องปรับอากาศเครื่องเก่าครับว่าเหลือประสิทธิภาพเท่าไหร่ ขั้นตอนที่กล่าวมาเป็นวิธีการหาทางวิศวกรรมอาจต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อมสักหน่อยครับ หวังว่าคงเป็นประโยชน์แก่ท่านวิศวกรที่ทำงานเกี่ยวข้องหรือผู้สนใจไม่มากก็น้อยนะครับ