เปิดตัวสุดยอดเทคโนโลยี VRTมีเฉพาะในVRV-IVไดกิ้น


 เปิดตัวสุดยอดเทคโนโลยี VRT (variable refrigerant temperature) ใน VRV4 มันคืออะไร มีประโยชน์อย่างไร สำหรับบทความเรื่อง VRT ที่เป็น HighLight เปิดตัวของแอร์ระบบ VRV-IV ของทางไดกิ้น ท่านผู้ติดตามข่าวนี้คงสงสัยกันหลายท่าน ว่า เทคโนโลยี vrt ที่ว่าคืออะไร อยากให้ขยายความเพิ่มกัน เรื่องนี้ คงต้องมีพื้นฐานทาง engineering บ้างครับ เพื่อทำความเข้าใจ สำหรับท่านที่ไม่จบวิดวะก็ลองอ่านดูเล่นๆครับไม่น่ายากเกินเข้าใจ 

 

" VRT" ย่อมาจาก Variable Refrigerant Temperature ถ้าแปลเป็นไทยง่ายก็ "ปรับเปลี่ยนอุณหภูมิของน้ำยาได้"  แล้วอุณหภูมิน้ำยาที่มันปรับเปลี่ยนได้มันอยู่ ตรงแถวไหนในระบบละ แล้วประหยัดพลังงานอย่างไร 

คำตอบคือ  อุณหภูมิน้ำยา R-410a เหลว จากตั้งแต่ expansion valve ฉีดเข้าคอยล์เย้นจนถึงทางออกของชุดคอยล์เย็นครับ ปกติอุณหภูมิที่จุดนี้ ทั่วไปของชุดคอยล์เย็น ระบบ vrv /ระบบ vrf จุดนี้จะอยู่ประมาณ 5-6 องศาครับ ปกติค่านี้เราจะเรียกว่า ค่า Tevap หรือ ค่า TE (หรืออีกชื่อหนึง เรียกว่า Discharge Temp) แอร์ระบบ vrv /vrf แบบอินเวอร์เตอร์ทั่ว ๆ ไปค่า TE นี้จะถูกเซ็ตคงที่ครับโดยถ้าเป็นของทางไดกิ้นจะเรียกโหมดนี้ ว่าเป็น โหมด Standard ซึ่ง VRV3 ก็คือโหมดนี้นะเอง แต่พอมา VRV4โหมดนี้จะไม่ได้ถูกเซ็ตเป็น default จะมีโหมดใหม่ขึ้นมาเรียกว่าโหมด Automatic หรือโหมด VRT  Variable Temp(Temp ที่ว่าเนี่ยคือ TE) คือให้มันขึ้นลงตามฤดูกาลได้เลย เช่นถ้าช่วงหน้าร้อนจัด ฟังก์ชั่น VRT จะส่งผลให้คอมเพรสเซอร์เพิ่มรอบอัตโนมัติแล้วไปบังคับให้ค่า TE ที่คอยล์เย้น ลดค่าลงมาจากเดิม 5-6 องศาเปลี่ยนเป็น 3 องศา มีผลทำให้ชุด expansion valve เกิดการฉีดน้ำยาเพิ่มมากขึ้นเพื่อให้ได้3องศา ทำให้ห้องเย็นเร็วมากขึ้นกว่าสมัย VRV3 ที่ใช้โหมด Standard เป็นหลัก กลับกันครับ ช่วงหน้าหนาว คอมเพรสเซอร์จะลดรอบอัตโนมัติแล้วไปบังคับให้ค่า TE ที่คอยล์เย้น เพิ่มค่าขึ้นมาจากเดิม 5-6 องศาเปลี่ยนเป็น 9 องศา มีผลทำให้ชุด expansion valve เกิดการฉีดน้ำยาน้อยลง มีผลให้เกิดการประหยัดพลังงานมากขึ้นกว่า VRV3 ถ้าเราพิจารณาแบบทั้งปี( หรือแบบ Seasoning most of year) จะช่วยประหยัดค่าพลังงาน ลงจากการใช้ฟังก์ชั่น VRT นี้ถึง 25% เชียวนะครับ กล่าวโดยสรุป จากภาพอธิบายด้านล่าง VRV4 ก็ คือ Automatic mode ส่วน VRV3 ก็คือโหมด Standard mode นั้นเองครับ ส่วนหมด Hi Sensible mode ตรงกลางในภาพ เป็นโหมด option สำหรับกรณีที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องอุณหภูมิภายในห้องที่อาจสูงขึ้นบ้างในช่วงร้อนตอนกลางวัน จะปล่อยให้อุณภูมห้องขึ้นลงได้ตามโหลดที่ร้อนขึ้น ถ้าพอทนร้อนได้บ้างก็เลือกโหมดนี้ครับ ประหยัดที่สุดใน 3 โหมดที่กล่าวครับ